แบบว่าต้องขอโทษด้วยนะคะที่หายไปไม่มาอัพอีกแล้ว....
 
ช่วงก่อนยังเจียดเวลามาอัพได้
 
แต่ตอนนี้ขอแค่นี้ก่อนนะคะ ให้อัพโดจินคงไม่ไหวจริงๆ
 
หลายๆท่านคงปิดเทอมกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
แต่มหาลัยแพรยังสอบไม่เสร็จเลยค่ะ
 
แพรเองก็เพิ่งสอบวันนี้เป็นวันแรก...
 
แค่วันแรกก็ล่อไป 3 วิชา
 
สลบ!!!
 
 
 
 
 
เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกค่ะ สูญเสียพลังงานชีวิตไปครึ่งหลอด
 
พรุ่งนี้ก็อีก 2 วิชา มะรืนอีก 1 และวันที่ 9 อีก 1 ค่ะ
 
 
ตอนนี้หอแพรเน็ตใช้ได้ปกติแล้วล่ะ
 
(จะมาใช้ได้ทำไมช่วงสอบก็ไม่รู้)
 
สัญญาค่ะว่าจะมาอัพทันทีในคืนวันที่ 9
 
เป็นตอนจบของโดจินกินทามะที่ยังค้างอยู่ รวดเดียวจบไปเลย!!!
 
 
แล้วก็ต้องขอเวลาแพรแปลเป็นสต็อกไว้ด้วยจนกว่าจะอัพครั้งใหม่
 
เพราะตอนนี้ไม่เหลือสต็อกไว้แล้วค่ะ พลังงานหมดไปตั้งแต่ก่อนสอบ
 
 
ไม่รู้แพรเคยบอกมั้ยว่าแพรเรียน มนุษย์ ENG มช.
 
ตอนนี้ปี 3 แล้วค่ะ มีตัวเขียนตัวหนึ่ง เด็กเมเจอร์รู้จักกันในชื่อรหัส 318
 
ชื่อวิชาว่า Academic Writing เป็นวิชาเขียนอารมณ์ประมาณเรียงความผสมรายงานเบาๆ
 
มันคือการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษในหัวข้อที่มีการโต้เถียงกันในสังคม
 
และข้อมูลที่เราเอามาเขียนจะต้องไม่ใช้ความคิดเห็นของเราค่ะ
 
ข้อมูลทุกอย่างต้องมีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ (เอาเข้าจริงจะอะไรก็ใส่ๆไปแหละค่ะ ฮ่าาาา)
 
ปริมาณสุทธิสิริรวม 1300 - 1500 คำ อย่างน้อย 5 ย่อหน้า
 
งานชิ้นใหญ่มันเริ่มตั้งแต่การคิดหัวข้อมาให้อาจารย์ดู (อาจารย์จะให้ผ่านมั้ยก็ต้องลุ้นค่ะ อย่างแพรก็เปลี่ยนประมาณ 3 รอบได้)
 
แล้วก็หาข้อมูลคร่าวๆมาให้อาจารย์ว่ามีข้อมูลมากพอจะเขียน หลังจากนั้นก็เขียนเอาต์ไลน์ส่งให้ดูว่าผ่านมั้ย (สำหรับคนที่ไม่รู้นะคะ เอาต์ไลน์ คือ ข้อมูลขอบเขตงานที่เราจะเขียน ย่อหน้าอินโทรเขียนอะไร มีข้อโต้เถียงกี่ประเด็น แต่ละประเด็นฝ่ายแรกว่ายังไง ฝ่ายที่ค้านว่ายังไง อย่างน้อย 3 ย่อหน้า และย่อหน้าสรุป และไอ้เอาต์ไลน์นี้มันมีแพทเทิร์นของมันค่ะ ไม่ใช่ว่าอยากเขียนแบบไหนก็ได้ มีหลายแบบด้วย ทุกวันนี้ยังจำไม่ได้เลย)
 
ต่อไปก็หาข้อมูลที่จะใช้จริงมาให้อาจารย์ดู(รวมอันที่เคยส่งไปก็ได้ค่ะ) แล้วก็เขียนโน๊ตการ์ด ที่เป็นการจดย่อข้อมูลจากที่เราหามา โดยใช้สัญลักษ์ ตัวย่อต่างๆ ทำให้ข้อมูลทั้งA4 มาอัดอยู่ในโน๊ตการ์ดแผ่นเล็กๆไม่กี่แผ่นให้ได้
 
แล้วก็เขียน Detail Outline มันคือเอาต์ไลน์ที่เขียนทุกสิ่งอันที่เราจะเขียนในงานลงไปในเอาต์ไลน์ แยกให้ชัดเจนว่าประเด็นไหนเป็นอะไรยังไง
 
แล้วก็ First Draft การเขียนร่างครั้งที่ 1 ซึ่งครั้งแรกมันยังไม่เมพพอที่จะให้อาจารย์เป็นคนตรวจ ในเราเอาไปตรวจกันเองแล้วให้เพื่อนให้คะแนน
 
หลังจากนั้นเราก็ต้องเอาเฟิร์สดราฟท์ที่เพื่อนตรวจให้ไปแก้เป็น เซคันด์ดราฟท์ (Second Draft) ร่างครั้งที่ 2 ส่งให้อาจารย์ตรวจ คราวนี้ก็โดนแก้กันระนาว (ในกรณีแพร อาจารย์ใช้ปากกาสีฟ้าตรวจให้เพื่อไม่ให้ทำร้ายจิตใจนักศึกษาเหมือนปากกาแดง) ก็ฟ้ามันทั้งหน้าล่ะค่ะ
 
แล้วก็เอาไอ้ที่อาจารย์แก้ให้มาทำ Final Draft คือฉบับจริงที่เราจะส่งไป รวมทั้ง work cited (บรรณานุกรม) ด้วย
 
 
ปัญหาของวิชานี้ก็คือ Final Draft ที่สมควรจะให้เวลาได้ทำมากที่สุดนั้น อาจารย์ได้ทำการส่งคืนเซคันด์ดราฟท์(ที่จะเอาไปแก้เป็นไฟนอลอีกที) มาให้ในวันศุกร์......
 
ซึ่งเป็นวันที่ถ้านับวันถัดไปอีก 3 วัน....
 
มันคือวันสอบ Final....
 
 
 
โอ้ว เยส!!!!
 
 
แล้วมันก็ไม่ง่ายขนาดที่จะแก้ให้เสร็จใน 2-3 ชั่วโมงด้วยซิคะ อย่าว่าแต่แก้ครั้งสุดท้าย งานก่อนหน้าทำเต็มที่จริงๆของแพรก็ต้องใช้เวลาถึง 5-6 ชั่วโมง (แบบไม่ค่อยสมบูรณ์) คือมันไม่ใช่งานที่จะทำให้เสร็จในทันทีได้เพราะแค่ตัวหนังสืออาจารย์ที่เขียนแก้ว่าก็เหมือนรหัสลับดาวินชีแล้วล่ะค่ะ
 
คือ...อ่านไม่ออก ต้องมานั่งแปลอังกฤษเป็นอังกฤษแล้วให้สมองแปลเป็นไทยอีกที
 
มึนค่ะ!
 
 
ความจริงงานแต่ละชิ้นเราจะมีเวลาราวๆ 3-7 วันในการทำ (ซึ่งก็โอเคค่ะ) แต่อาจารย์คงลืมไปว่า "หนูไม่ได้เรียนวิชานี้วิชาเดียว"
 
ช่วงประมาณเฟิร์สดราฟท์ แพรมีละครที่ไปช่วยเล่นให้รุ่นพี่ มีงานพรีเซ้นต์ 2 งาน สอบย่อยญี่ปุ่น สอบQuiz Syntax(มันเป็นวิชาสายภาษาศาสตร์ค่ะ เรียนเกี่ยวกับโครงสร้างประโยค การกำเนิดภาษา ทฤษฎีต่างๆเกี่ยวกับภาษา ซึ่ง...แพร...เกลียดมันมาก!!!)
 
ก็อย่างที่เห็นค่ะว่า "ตาย"
 
เฟิร์สดราฟท์ที่สมควรจะเสร็จแพรเลยไม่ได้ทำจนงานละครเสร็จ อดนอนหนึ่งคืนทำงานพรีเซ้นต์ที่เขียนสคริปส์เสร็จตอนเช้าก่อนพรีเซ้นต์ 5 นาที ตอนเย็นแสดงละคร แพรสลบเลย
 
เฟิร์สดราฟท์แพรเลยได้มาทำเอาวันก่อนจะส่งเซคันด์ดราฟท์ ให้รุ่นพี่ช่วยตรวจให้ แล้วเอาไปแก้คืนนั้นเลย คือ ณ เวลานั้นยังไงก็ต้องเอาให้เสร็จ เพราะต้องส่งวันรุ่งขึ้นแล้ว แถมเรียน 8 โมงเช้าอีก
 
ปรากฏว่าแพรทำเสร็จเรียบร้อย ณ เวลา ตี 4 ครึ่ง แล้วแพรก็งีบไปตืนขึ้นมาคือ "สาย"
 
กว่าแพรจะไปส่งก็หมดคาบแล้ว (สรุปคือโดดเรียนไปเลย ฮาาาา)
 
ไม่พอตอนเอาไปส่งเพื่อนบอกว่าอาจารย์ให้ไปส่งที่อาจารย์ภายในครึ่งชั่วโมง แล้ว ณ ตอนนั้นงานยังอยู่ในไดรฟ์เลยค่ะ ยังไม่เป็นกระดาษเลย
 
แล้วเกิดเหตุอาเพศอะไรไม่รู้ที่คอมร้านถ่ายเอกสารเกิดติดไวรัสพร้อมกัน 3 เครื่อง เหลือเครื่องเดียวให้ใช้ แถมคนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
กว่าจะได้ปริ้นท์ก็เลยเวลามาเกือบชั่วโมงแล้วล่ะค่ะ ปริ้นท์แล้วก็ใช่ว่าจะได้ส่ง ต้องไปตามหาอาจารย์อีก
 
ตึกเรียนคณะแพรมี 8 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นห้องสโลปซึ่งอาจารย์ไม่ได้ใช้แน่นอน แพรเลยวิ่งหาอาจารย์ที่อาจจะสอนอยู่ชั้นใดชั้นหนึ่งใน 7 ชั้น วิ่งขึ้นลงมันประมาณ 5-6 รอบได้
 
สุดท้ายไปเจออาจารย์ที่ทางเชื่อมตึกภาควิชา อาจารย์ยิ้มอารมณ์ดีบอกว่า "อาจารย์ปิดเซคแล้วจ้ะ"
 
อยากจะลงไปดิ้นตายให้รู้แล้วรู้รอด
 
สรุป...."เอาไปวางไว้บนโต๊ะอาจารย์ละกันนะ"
 
 
เสียเหงื่อไปเป็นแกลลอน....
 
 
ณ ตอนนี้พอแพรมองกลับไป รู้สึกว่าตัวเองทั้งทรหด ถึก และบึกบึนมากค่ะ
 
ไม่รู้ว่าผ่านมรสุมนั้นมาได้ยังไง
 
 
บ่นซะยาวเลย....ความจริงแค่จะมาบอกว่าจะอัพโดหลังสอบเท่านั้นเองนะ...
 
ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้หว่า
 
 
เอาเถอะค่ะ แพรขอตัวไปอ่านหนังสือต่อแล้ว
 
ดีใจกับทุกท่านที่สอบเสร็จแล้ว
 
และสำหรับท่านที่ยังสอบอยู่เหมือนกันขอให้อ่านหนังสือแล้วเข้าหัว จำได้ สอบได้ นะคะ
 
 
 
วันที่ 9 รอรับศพแพรด้วยค่ะ!!!
 
 
แล้วเจอกันนะคะ :)

Comment

Comment:

Tweet

อ่าเข้าใจคะ ไม่เป็นไรค่า ตั้งใจสอบให้เต็มทีน๊า

สู้ๆ โชคดีที่เราสอบเสร็จแล้ว แหะๆ open-mounthed smile

#4 By red cinderella on 2011-10-07 21:14

สู้ตายก้ะ!!big smile

#3 By Raine+ on 2011-10-06 14:37

พยายามเข้านะคะคุณแพร! ♥;w;/
กำลังฝ่าฟันเหมือนกันค่ะ พราก

#2 By •Hell♥Twin• on 2011-10-05 21:28

สอบสู้ๆนะคะ ^^

ใกล้เสร็จแล้วๆๆ

#1 By seiji on 2011-10-05 08:03